ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2551 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2551 พิจารณาเห็นว่าเพื่อให้ บริษัทปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลที่ดีอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้สอดคล้องกับ พรบ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 และประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง คุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ. 2551 ที่ประชุมจึงมีมติให้ใช้กฎ บัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ ดังมีข้อความต่อไปนี้
ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
ให้กรรมการตรวจสอบมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี กรรมการตรวจสอบซึ่งพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน เว้นแต่คณะกรรมการบริษัทจะ เห็นเป็นอย่างอื่น
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระดังกล่าวข้างต้น กรรมการตรวจสอบพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
ในกรณีที่กรรมการตรวจสอบลาออกก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่ง กรรมการตรวจสอบ ควรแจ้งต่อบริษัทฯ ล่วงหน้า 1 เดือนพร้อมเหตุผล เพื่อคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะ ได้พิจารณาแต่งตั้งกรรมการท่านอื่นที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทดแทนบุคคลที่ลาออกและให้บริษัทฯแจ้ง การลาออกพร้อมส่งสำเนาหนังสือลาออกให้ตลาดหลักทรัพย์ฯทราบด้วย
ในกรณีที่กรรมการตรวจสอบพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ให้คณะกรรมการตรวจสอบที่พ้นจาก ตำแหน่งต้องอยู่รักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการตรวจสอบชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่
ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการตรวจสอบว่างลง เพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระให้ คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนขึ้นเป็นกรรมการตรวจสอบแทนภายใน 90 วัน เพื่อให้กรรมการตรวจสอบมีจำนวนครบตามที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด โดยบุคคลที่เข้าเป็น กรรมการตรวจสอบแทนอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการตรวจสอบซึ่งตน แทน
ให้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 5 ครั้ง
ในการเรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบหรือ เลขานุการ คณะกรรมการตรวจสอบโดยคำสั่งของประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ส่งหนังสือนัด ประชุมไปยังกรรมการตรวจสอบไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนจะแจ้ง การนัดประชุมโดยวิธีอื่น หรือกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้
ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ ต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการตรวจสอบทั้งหมดที่คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้ง จึงจะเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการตรวจสอบไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ ตรวจสอบซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการตรวจสอบคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการตรวจสอบคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการตรวจสอบซึ่งมี ส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
การลงมติของคณะกรรมการตรวจสอบ อาจกระทำได้โดยไม่ต้องมีการประชุม และมีผล สมบูรณ์เสมือนหนึ่งว่าได้มีการประชุมลงมติแล้ว เมื่อมตินั้น ๆ กรรมการตรวจสอบได้ลงลายมือชื่อ รับรองไว้ทุกคน
ให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการตรวจสอบตามที่เห็นสมควร
ให้หัวหน้าหน่วยงานหรือหน่วยงานและฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ของคณะ กรรมการตรวจสอบเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการจัดทำรวบรวมตรวจสอบเอกสารข้อมูลและ รายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบเพื่อทราบ/พิจารณาหรือดำเนินการเรื่องต่อไป แล้วแต่กรณีตามที่ กำหนดไว้ในภาคผนวก ซึ่งให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกฎบัตรนี้
กฎบัตรนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป
(นายฮิโรโนบุ อิริยา )
ประธานกรรมการ